ปี พ.ศ.๒๕๓๙ เมื่อ ท่านพระครูสุวัจวรคุณ ท่านเจ้าอาวาสวัดสุขสำราญมรณภาพลง พระอาจารย์มหาเหล็ก จนฺทสีโล จึงกลับวัดเพื่อจัดงานฌาปนกิจศพ และรับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสแทน
ท่านเล่าว่า วัดจัดงานกฐินมา ๒ ปี บอกบุญว่าจะสร้างศาลา เก็บเงินไว้ได้สี่แสนแต่ไม่ลงมือสร้างสักที อาตมาบอกกรรมการวัดกับชาวบ้านว่า อาตมาจะสร้างเอง ให้ไว้ใจ

มีโรงงานหนึ่ง คนงานเขากำลังล้อมวงนั่งพักกินข้าว
อาตมาเดินเข้าไป หมามันดุมาก มันกระโจนเข้ามาฟัดอาตมา
อาตมาเอาเงินนั่นมาซื้อรถเก่า ๆ ๑ คัน เงินที่เหลือเอาไปพิมพ์ฎีกา จ้างชาวบ้านขับรถพาลงมากรุงเทพฯ ถ้าไม่มีรถมันเดินทางลำบากนะ แค่จะออกจากวัดมาอำเภอนางรองยังยากเลย
มาถึงกรุงเทพ อาตมาเข้าไปตามโรงงาน ไปบอกเขาว่าอาตมามาบิณฑบาตสินค้าไปให้คนจับฉลาก จะเอาเงินเข้าวัดมาสร้างศาลา เขาก็บริจาคให้มา
มีโรงงานหนึ่ง คนงานเขากำลังล้อมวงนั่งพักกินข้าว อาตมาเดินเข้าไป หมามันดุมาก มันกระโจนเข้ามาฟัดอาตมา
คนงานรีบลุกเข้ามาช่วยกันห้ามหมาไม่ให้กัดพระ พอเขาเห็นอาตมาไม่เป็นอะไรเลยเขาก็ดีใจ บอกว่า “หมาตัวนี้มันกัดคนมาเยอะ หลวงพ่อต้องมีพระดีมีคาถาดี หมากัดไม่เข้า”
อาตมาก็ว่า ”เข้านะ จีวรขาดไปนิดหนึ่ง”
เขาถามว่าหลวงพ่อมาทำไม อาตมาก็บอกบุญเขาไปตามนั้น เจ้าของโรงงานถวายสินค้าให้มาจับฉลากมากมาย
ท่านเล่ายิ้มๆว่า “คุ้มนะ จีวรขาดไปนิด ได้ของมาจับฉลากเต็ม ๑ คันรถ”
ในปีนั้นชาวบ้านมาทำบุญ มาจับฉลากกันแน่นวัด ได้ปัจจัยมากพอที่จะลงมือสร้างศาลาจนสำเร็จได้ใช้งานจนถึงทุกวันนี้ หลวงพ่อตั้งชื่อให้ว่า”ศาลาสุวัจวรคุณ”
“เรื่องบอกบุญอาตมากล้าหาญ เพราะเอามาสร้างจริงๆ
คนที่ด่าคือคนที่ไม่ให้ ก็ช่างเขา ไม่เป็นไรหรอก
คนที่ให้คือคนไม่ด่า เขาก็ได้บุญ”
เรื่องนี้เตือนใจว่า
สิ่งใดที่เป็นความดีต้องสู้แบบไม่ถอย
เอาตัวเข้าแลก จึงจะสำเร็จ
เครดิตเรื่องจาก : เด็กวัด



