เงินไม่สำคัญเท่าศรัทธา

ของขวัญวันเกิดเมื่อหลวงพ่ออายุครบรอบ ๖๐ ปี คือแท่นพระประธานในธรรมศาลา 
ที่โพธิปักขิยธรรมสถาน  สร้างด้วยโครงเหล็กพื้นเป็นไม้ตะแบกย่อมุม
เมื่อสร้างแท่นเวทีสำเร็จลง ก็ถึงเวลาอาราธนาพระประธานองค์ใหญ่จากศาลาหลังเล็กขึ้นประดิษฐานบนธรรมศาลาหลังใหญ่  

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว   หลวงพ่อเป็นประธานนำคณะผู้ปฏิบัติธรรมและคณะคนงานสวดขอขมาพระพุทธรูปในการเคลื่อนย้ายองค์ท่าน  จบลงด้วยบทชยันโต
เมื่อสวดเสร็จหลวงพ่อประกาศว่า  “เรียบร้อยแล้ว เคลื่อนย้ายได้  ไม่มีบาป ไม่มีภัยแล้ว”

ทุกคนที่นั่งกันอยู่เต็มห้องนิ่งอึ้งเงียบกริบไปครู่หนึ่ง  ไม่มีใครรู้ว่าจะยกองค์พระด้วยวิธีใด  สักพักมีเสียงแนะนำว่าทำอย่างนั้นบ้างอย่างนี้บ้าง  หลวงพ่อตัดสินว่า  พระ ไปเอาจีวรมาหุ้มองค์ท่านไว้ก่อน
ทุกคนช่วยกันขมีขมันกุลีกุจอ  เมื่อเอาผ้าห่อเรียบร้อยแล้วก็จับองค์ท่านให้เอนนอนลงบนแท่นไม้ที่ท่านเคยประทับนั่ง  ช่างวิ่งหาไม้ไผ่ขนาดใหญ่สอดเข้าใต้แท่น  หามองค์พระออกวางพาดบนรถกระบะ  ฐานท่านยื่นพ้นรถ  มีพระสงฆ์หนุ่มๆและคณะช่างช่วยกันประคองคานที่รองซ้อนอยู่เบื้องล่าง  เดินตามรถที่แล่นข้ามสนามไปอย่างช้าๆ
เมื่อถึงธรรมศาลา
ปรากฏว่าองค์พระเข้าประตูไม่ได้  ช่างต้องถอดประตูบานกระจกออกทั้งหมด  แล้วยกพระประธานขึ้นประดิษฐานบนแท่นเวที  ขณะนั้นฝูงคนห้อมล้อมกันเต็มเวทีจนแทบไม่เห็นองค์พระประธาน
หลวงพ่อเข้ามายืนดูอยู่ไม่ไกล
ท่านพูดขึ้นว่า
ต้องพาขออนุญาต พาขอขมาก่อนทำ  สิ่งใดที่ล่วงเกินต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่  ทำผิดแล้วมาขอขมาทีหลัง  ก็ยังต้องรับผลของวิบากอกุศล  ถ้าขออนุญาตก่อนไม่เป็นไร

เหตุการณ์ในวันนั้นย้ำคำพูดที่หลวงพ่อเคยให้ข้อคิดว่า
“ เงินไม่สำคัญเท่าศรัทธาหรอกโยม”
ในวันนั้นคนมากมายที่มาลงแรงกันเคลื่อนย้ายพระประธาน
ล้วนเป็นลูกชาวบ้านหลานชาวนา  เป็นคนใช้แรงงาน
ทุกคนช่วยกันด้วยความศรัทธาเต็มเปี่ยมในหัวใจ 
ทำได้สำเร็จทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ด้วยเหตุนี้
“ ศรัทธา ” จึงมีความสำคัญมาก  จัดเป็นอริยทรัพย์ข้อแรก
เป็นทรัพย์อันประเสริฐที่ทุกคนควรมีไว้ในใจ 
เป็นสมบัติติดตัวข้ามภพข้ามชาติ  

เครดิตผู้เขียน : เด็กวัด

Scroll to Top