เหตุปัจจัยที่เอื้อต่อการปฏิบัติ


เหตุปัจจัยที่เอื้อต่อ
การปฏิบัติธรรม
โดย : ครูหมิง

เท่าที่ทราบ  การปฏิบัติธรรมให้ได้ผล มีความก้าวหน้านั้นมีปัจจัยที่ควรคำนึงถึง คือ มีความเป็นสัปปายะ ในหัวข้อดังนี้
1.  สถานที่
2.  บุคคล ( ครูบาอาจารย์  เจ้าหน้าที่ในสถานที่นั้น)
3.  อาหาร ( ส่วนนี้สำคัญทีเดียว  มีปรากฏในพระไตรปิฏกด้วยถึง พระภิกษุกลุ่มใหญ่ ได้เพียรปฏิบัติธรรมแต่ไม่ก้าวหน้าจนมีอุบาสิกาท่านหนึ่งมาปวารณาถวายอาหารอันที่ชอบใจ ท่านเหล่านั้นก็ก้าวหน้าไปตามลำดับ)
4.  อุณหภูมิ  สวนธรรมแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ทำให้มีความเย็น ชุ่มชื่นตลอดปี 

ที่ระบุมาข้างต้นนั้น สวนธรรมโคกระกามีครบทุกหัวข้อ
ส่วนตัวเริ่มมาปฏิบัติธรรมที่แห่งนี้ตั้งแต่เริ่มมีกุฏิไม่กี่หลัง มีบ้านคนงานอยู่ไม่ไกลนัก  น่าจะเป็นปี 2557  มีศาลาใหญ่  ไม่ได้นับจำนวนครั้งแต่ค่อนข้างบ่อย มักจะมาเดือนตุลาคม  กุมภาพันธ์ (2 เดือนนี้จะอยู่ได้ประมาณ 10-15 วัน) มีอยู่ปีหนึ่งที่อยู่ได้ 1 เดือน ปฏิบัติธรรมปิดวาจา 1 เดือนเต็ม  บางครั้งก็มาในวันหยุด 2-5 วันบ้าง

หลวงพ่อท่านเมตตาให้คนทางวัดส่งอาหารจากวัดให้ตลอดมา ก่อนที่จะมีโรงครัวและแม่ครัวประจำเหมือนในปัจจุบัน ท่านให้ข้อคิดหลายอย่าง ที่จำได้ขึ้นใจคือ  ถ้าเราปฏิบัติธรรมจริงจะมีการส่งอารมณ์  ท่านจะให้โอกาสเราได้ส่งอารมณ์กับท่านเองเสมอ  แม้ท่านไม่ว่างก็เปิดโอกาสให้ส่งได้ทางโทรศัพท์

เราเองก็ยึดถือข้อปฏิบัติตามแนวที่เคยปฏิบัติมาจากวิเวกอาศรม ชลบุรี (ซึ่งหลวงพ่อท่านได้เรียนรู้วิปัสสนากรรมฐานจากพระอาจารย์ใหญ่อาสาภมหาเถระที่นี่) ว่าให้ตั้งใจปฏิบัติจริงๆ ไม่ต้องสวดมนต์  ไม่มีการสื่อสารใด ๆ ทั้งสิ้น  จดบันทึกได้แบบย่อๆ เพื่อนำเรียนพระอาจารย์สอบอารมณ์

ในส่วนสภาวะธรรมใดๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติ  ได้รับการแก้ไขให้เดินไปให้ถูกตรงตลอดมา  แม้ว่าจะพบเจอนิวรณ์ใดๆ ก็ตาม

มีท่านอาจารย์พระมหาสุเทพ ก็ได้ช่วยดูแลเช่นกัน  ท่านให้ข้อคิดที่ยังจำได้เสมอคือ  สุขและทุกข์มีราคาเท่ากัน คือต้องกำหนดรู้แล้ววาง ทุกขเวทนามักเป็นอารมณ์ที่กำหนดได้ง่ายเพราะเห็นชัด  แต่อุเบกขาเวทนา และสุขเวทนามักกำหนดได้ยากมาก เพราะมัวไปกอดรัดเอาไว้อยากให้อยู่กับตนนานๆ

สวนธรรมไม่เคร่งครัดในเรื่องการแต่งกายมากนัก คือ โยคีสามารถใส่สีสุภาพได้  และไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิกับพื้นเสมอไป  นั่งเก้าอี้ได้ โดยดำรงกายให้ตรงเสมอ  ส่วนตัวมีปัญหาเรื่องเข่าเสื่อมจากอุบัติเหตุ  แต่สามารถรับรู้สภาวะที่เกิดขึ้นได้จากการนั่งสมาธิบนเก้าอี้

จากการฝึกฝนมาตลอดทำให้มีการกำหนดรู้ได้บ่อยขึ้น  รับมือกับความไม่พอใจได้ดีขึ้นกว่าเดิม  มีจิตเมตตาและตั้งมั่นในทาน ศีล(ศีล5  ซึ่งที่สวนธรรมนี้สนับสนุนให้ถือศีล 8 แต่ถ้าไม่สามารถทำได้จริงๆ  อาจเป็นเพราะมีข้อจำกัดบาง  อย่างก็ถือ ศีล 5ได้)  และภาวนา แม้จะออกจากการฝึกที่สวนธรรม กลับไปใช้ชีวิตทางโลกแล้ว ก็บอกตัวเองว่า  ขี้เกียจก็ทำ ขยันก็ทำตลอดมา

กราบนมัสการขอบพระคุณ  ขอบพระคุณ  ขอบใจบุคลากรของสวนธรรมทุกรูป ท่าน คน ที่ได้ก่อสร้างและดำเนินการให้สาธุชนได้มีโอกาสแสวงหาปัญญาเพื่อความพ้นทุกข์ที่ถาวร  และเป็นสถานที่ให้บุคคลทั่วไปได้มีโอกาสมาทำบุญกับโยคีผู้ปฏิบัติธรรมสร้างทานบารมีแก่ตนด้ว

Scroll to Top