การเจริญกัมมัฏฐานต้องอาศัยความเพียร ผู้จะหลุดพ้นความทุกข์ได้ต้องอาศัยความเพียร การเจริญกัมมัฏฐานถึงแม้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสไว้ว่าสติปัญญาเป็นของดีเลิศก็ตาม แต่ถ้าขาดวิริยะแล้วสติก็จะเกิดไม่ได้ ปัญญาก็จะเกิดไม่ได้ ในการแสดงสติปัฏฐานไม่ว่าสติ ปัญญาจะดีเลิศอย่างไรก็แล้วแต่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไม่เคยยกสติ ปัญญาขึ้นนำหน้า แต่จะยกวิริยะขึ้นนำหน้า การกระทำอะไรที่ย่อหย่อน การกระทำนั้นย่อมไม่เป็นผล ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่า ถ้าต้องการเห็นธรรมของพระพุทธเจ้า ต้องยอมตายในสนามรบ คือ ยอมมอบกายถวายชีวิตในการปฏิบัติ ตายเป็นตาย
องค์ของการกำหนดรู้ ที่ขาดไม่ได้
๑. อาตาปี คือ มีความเพียรเผากิเลสให้ร้อนทั่ว
๒. สติมา คือ มีสติ ระลึกรู้อยู่กับรูปนาม ทันปัจจุบัน ทันรูปนาม
๓. สัมปชาโน มีสัมปชัญญะ คือ กำหนดรูปนามอยู่ทุก ๆ ขณะ
พระอาจารย์ท่านบอกเสมอว่า ต้องกำหนดรู้ให้ได้ปัจจุบันขณะ คือ คำบริกรรมและจิตที่รู้อาการต้องให้ไปพร้อมกัน ไม่ก่อนหรือหลังกว่ากัน และต้องทำให้ต่อเนื่อง คือ กำหนดรู้ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งหลับไป ให้ติดต่อเหมือนลูกโซ่ ไม่มีเวลาว่างเว้นจากการกำหนดรู้
ผู้เรียบเรียงจากคำสอนหลวงพ่อ : เทียนฉี



