ท่านเล่าว่าบางคนปฏิบัติไม่ก้าวหน้าเลย เพราะยึดมั่นในประสบการณ์การปฎิบัติเก่า ๆ จากครูบาอาอาจารย์ที่เคยปฏิบัติมาก่อน ไปคุมอารมณ์ มัน control ไม่ได้หรอก เป็นการยึดมันถือมั่น อารมณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงมันถูกอยู่แล้ว เดี๋ยวเบา เดี๋ยวหายไม่ให้ยึดว่าดีหรือไม่ดี เข้าใจเอาเองไม่ถูก เค้าคิดว่าเค้าทำถูก คิดว่าตัวเองทำได้ เอาอยู่ สำคัญผิด ทำไม่ถูกก็ทำให้บ้าได้
คนเราถ้าไม่เชื่อตัวเดียว เป็นเรื่องใหญ่
ศรัทธาไม่มา เพียรก็เกิดไม่ได้
ถ้ามีความเชื่อ มีความศรัทธาความสำเร็จก็มาได้
ภาคปฏิบัตินี้คนจะหลงก็จะหลงอยู่นั่นแหละ ก็ยังโง่ ต้องยอมรับ เพราะคนห่างพุทธกาลมาเยอะแล้ว
กำหนดให้ได้ทุกอย่าง มีอารมณ์เข้ามาพร้อมกันอารมณ์ไหนเด่นกว่าก็ให้กำหนดอารมณ์นั้น อันไหนกำหนดไม่ทันก็ขาดสติ แต่ก็ไม่ต้องเสียใจ เป็นอดีต อารมณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องกำหนด เห็นสภาวะเล็กเท่าไหร่ยิ่งว่องไว ความหลับ ความหลงมันก็น้อยลง สั่งสมไปเรื่อย ๆ ก็สามารถเข้าสู่ความดับได้ การปฏิบัติไม่ใช่เป็นเรื่องของเงินทอง ปฏิบัติไว้ สั่งสมไป ถ้าเราไม่ประมาทนะ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่รวย ถ้าเราขยันกำหนด ขยันระลึกก็จะรวยได้ ทรัพย์ภายนอกทำแล้วเห็นได้ ส่วนทรัพย์ภายใน มองไม่เห็น ละเอียดไป เหมือนไม่ได้ คือ ได้อยู่
สติมากเท่าไหร่ยิ่งดี กำหนดให้ได้ปัจจุบัน ก็ตัดโลภะโทสะ โมหะ
ผู้เรียบรียงจากคำสอนหลวงพ่อ : เทียนฉี



