บ่ายวันหนึ่ง พระอาจารย์มหาเหล็ก จนฺทสีโล เดินทางจากวัดสุขสำราญ จ.บุรีรัมย์ มาถึงสำนักโพธิปักขิยธรรมสถาน จ.สระบุรี ยังให้เกิดความยินดีกับโยคีที่มาปฏิบัติธรรม โยคีเก่าดีใจที่จะได้พบครูบาอาจารย์ ส่วนโยคีใหม่อยากเห็นตัวจริงว่าสมดังคำร่ำลือหรือไม่
เมื่อมาถึงท่านก็ทำงานทันที คือให้ส่งโยคีขึ้นไปสอบอารมณ์บนกุฏิของท่าน ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งในกลุ่มสุดท้ายที่ขึ้นไปสอบอารมณ์ เมื่อเสร็จเรียบร้อย ทุกคนกำลังจะก้มกราบ ท่านพูดว่า “เดี๋ยวค่ำ ๆ จะไปตลาดไท” ทุกคนในห้องได้ยินก็ออกจะสงสัยว่าทำไมพระอาจารย์จะต้องไปตลาด
แม่ค้าเข้ามาถามว่า “ หลวงพ่อมาตลาดทำไมค่ำๆมืดๆ? ”
อาตมาก็ว่า มาซื้อผักไปเลี้ยงเด็กเข้ากรรมฐาน
ใครมีอะไรถูกๆ เอามาขายอาตมา แม่ค้าเขาก็ไปบอกกัน ได้ของมาเต็มคันรถ
ท่านเป็นพระเถระที่ออกจะแปลก ท่านเดินเร็ว พูดเร็ว ปีนโบสถ์ขึงตาข่ายกันนกท่านปีนเองเพราะพระหนุ่มกลัวตก ความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ก็แหวกแนวเกินใครจะคาดคิด
คืนวันนั้นท่านกลับจากตลาดไทมาถึงสำนักเกือบจะห้าทุ่ม รถกระบะเก่าๆ สีแดงของวัดสุขสำราญบรรทุกเพียบแปล้ด้วยผักผลไม้ และอาหารสด คณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ น้องหญิง และผู้เขียน ออกจากห้องพักพากันมาต้อนรับท่าน หลวงพ่อลงจากรถมานั่งพักคอยคนขับที่โรงอาหาร น้องหญิงกุลีกุจอนำน้ำขิงน้ำดื่มมาประเคน ท่านรับประเคนแล้วเล่าว่า “อาตมาจัดกัมมัฏฐานให้เด็กนักเรียนหลายร้อยคน ข้าวสารมีคนบริจาค แต่ผักปลาต้องหาซื้อเอง คนเขาบอกว่าถ้าไปตลาดไทตอนค่ำๆ อาหารจะถูก เพราะแม่ค้าเขาขี้เกียจขนกลับ อาตมาก็เลยไปตลาดไท
พออาตมาไปยืนที่ตลาด แม่ค้าเข้ามาถามว่า”หลวงพ่อมาตลาดทำไมค่ำๆ มืด ๆ?”
อาตมาก็ว่า มาซื้อผักไปเลี้ยงเด็กเข้ากรรมฐาน ใครมีอะไรถูกๆเอามาขายอาตมา แม่ค้าเขาก็ไปบอกกัน ได้ของมาเต็มคันรถ
เขาชื่อดีนะ ชื่ออัญชลี เขาให้เบอร์โทรไว้ บอกว่าคราวหน้าหลวงพ่อไม่ต้องมาเอง ต้องการอะไรให้โทรมาเบอร์เขา เขากับเพื่อนๆจะจัดเตรียมไว้ให้พร้อม พอรถวัดมาถึงจะได้ขนของขึ้นรถได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา”
เมื่อเล่าจบท่านยกน้ำขิงขึ้นดื่มจนหมดถ้วย หลานชายมานิมนต์ท่านออกเดินทาง รถกระบะสีแดงเก่าๆ วิ่งออกจากสำนัก มีเจ้าเพชรหมาขาววิ่งตามหลังรถนำขบวนฝูงหมา ปิดท้ายขบวนด้วยเจ้าเหมียวแมวขาวและบรรดาศิษย์ ไฟท้ายรถสีแดงค่อยๆ ห่างจนหายไปในความมืด
ก่อนที่หลวงพ่อจะมาถึง ผู้เขียนตั้งใจจะพักหลับนอนเพราะเหนื่อยเต็มทนกับการปฏิบัติมาทั้งวัน แต่เมื่อเห็นความเพียรของท่านในการส่งเสริมงานวิปัสสนากัมมัฏฐาน ไม่ใช่เพียงแค่สอนปฏิบัติแต่ท่านอุตส่าห์เดินทางมาซื้ออาหารด้วยรถเก่าบุโรทั่ง จะเดินทางกลับถึงวัดสุขสำราญกี่โมงยามก็ไม่รู้
คิดได้ดังนี้ ผู้เขียนจึงเข้าห้องพักไปเดินจงกรม นั่งสมาธิ ถวายเป็นอาจาริยบูชา
ดังที่ท่านเทศน์ว่า
“โยม นักปฏิบัติต้องเดินอย่างเต่า เต่ามันเดินช้า แต่มันไม่หยุดเดินนะ”
เส้นทางธรรมเส้นนี้ยังอีกยาวไกล ยังประมาณไม่ได้ว่าอีกกี่ภพกี่ชาติจะถึงจุดหมาย แต่สองเท้าที่ก้าวไปเรื่อยๆ นี้มั่นใจว่าอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว ขอให้ใจนี้มั่นคงแน่วแน่เท่านั้น วันหนึ่งถึงแน่นอน
เครดิตผู้เขียน : เด็กวัด





