อาจารย์ ฮาคุอิน เอคาขุ (白隠慧鶴 1686-1769) เป็นปรมาจารย์เซน สายรินไซ เป็นพระเซนที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น ชาวบ้านชาวเมืองเคารพมาก วันหนึ่งหญิงสาวคนหนึ่งในหมู่บ้านเกิดตั้งท้องขึ้นมา นางไม่ยอมบอกว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่เมื่อถูกคาดคั้นหนักเข้า นางก็บอกว่าเป็นอาจารย์ฮาคุอิน
พ่อแม่ของหญิงสาวโกรธจัด
ไปต่อว่าอาจารย์ฮาคุอินอย่างสาดเสียเทเสีย
อาจารย์เซนเพียงเอ่ยเรียบๆ ว่า “เป็นเช่นนั้นหรือ?”
(Is that so?)
ในชั่วพริบตาข่าวพระทำหญิงท้องก็แพร่ไปทั่ว ใคร ๆ ที่ได้ยินข่าวนี้ต่างประณามอาจารย์ ทุกคนเชื่อข่าวนี้โดยทันที เมื่อหญิงสาวคลอดบุตร พ่อแม่ของนางก็นำทารกไปวางที่หน้าวัด อาจารย์ฮาคุอินก็เลี้ยงดูทารกนั้นอย่างดี โดยขอน้ำนมจากสตรีในหมู่บ้าน
ผ่านไปหนึ่งปี หญิงสาวผู้นั้นทนความรู้สึกผิดไม่ได้ เล่าความจริงให้พ่อแม่ฟังว่า พ่อของทารกคือชายหนุ่มที่ทำงานในตลาดปลา
พ่อแม่ของหญิงสาวตกใจอย่างใหญ่หลวง ไปขอขมาต่ออาจารย์ฮาคุอิน แล้วขอรับเด็กคืนมาเลี้ยงเอง อาจารย์เซนก็เพียงเอ่ยเรียบๆ เหมือนเดิมว่า “เป็นเช่นนั้นหรือ?”
ต้องใช้ขันติ อุเบกขา และความเมตตาระดับใด อาจารย์ฮาคุอินจึงสามารถกล่าวประโยค “เป็นเช่นนั้นหรือ?” ได้อย่างปลอดโปร่งเพียงนั้น?
เราคนธรรมดาที่ฝึกธรรมบ้าง ไม่ฝึกบ้าง ย่อมยากฝึกได้ในระดับนั้น
ทว่าในบางห้วงยามที่มีคนมาวาง ‘ทารก‘ ที่หน้าบ้าน ผมก็เข้าใจ crisis management ของอาจารย์ฮาคุอิน ท่านสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างถ่องแท้ ด้วยเข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้งว่า ในเรื่องบางเรื่องไม่มีทางที่จะเปลี่ยนความคิดคนได้ มีแต่รอให้ความจริงเผยขึ้นมาก่อนเท่านั้น ระหว่างที่รอก็ปล่อยวางด้วยประโยค “เป็นเช่นนั้นหรือ?”
สังคมในศตวรรษที่ 17 กับศตวรรษที่ 21 ไม่ได้แตกต่างกันเท่าใด เทคโนโลยีการสื่อสารพัฒนาไปไกลแค่ไหน ก็ไม่อาจปรับสันดอนแห่งสันดานคนได้ เรายังคงเชื่อง่าย เรายังไม่เคยคิดตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเชื่อ
เครดิตนักเขียน : วินทร์ เลียววาริณ



