เมื่อเจ้าของร้านเห็นหน้าผู้เขียน น้ำตาหยดเผาะเลยค่ะ บอกว่า สามีอายุ 60 ปี เพิ่งตายครบร้อยวัน
เธอเล่าว่า
“ตกเย็นเฮียจะออกจากบ้านไปเตะบอลกับเพื่อน ๆ เป็นประจำทุกวัน ก่อนไปเขามองเจี๊ยบ เอียงคอทางซ้ายมอง เอียงคอทางขวามอง เข้ามากอด หอมแก้มเจี๊ยบสองข้าง อีกครึ่งชั่วโมงเพื่อนโทรมา บอกว่าเฮียล้ม กำลังปั้มหัวใจ เจี๊ยบทำอะไรไม่ถูกเลยพี่”
“เจี๊ยบบอกหมอว่า เอาใส่ ฮอ.ไปกรุงเทพฯ จะให้นอนเป็นผักก็ยอม ขอให้เฮียอยู่ แต่หมอบอกว่าช่วยไม่ได้จริง ๆ เท่าที่ยื้อเวลามาขนาดนี้ก็เพราะกลัวเจี๊ยบช๊อค”
คุณเจี๊ยบเล่าว่า “เจี๊ยบคิดถึงเฮียมาก หยุดคิดถึงไม่ได้ อยู่กันมามีแต่ความดี รักลูกรักเมีย
เจี๊ยบนอนไม่หลับ หมอต้องให้ยานอนหลับ ตอนนี้เจี๊ยบเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ ลูกคนโตเรียนอยู่มหิดลปี2 คนเล็กเรียนอยู่สิงคโปร์ ต่อหน้าลูกเจี๊ยบก็ทำเป็นปกติ ไม่อยากให้ลูกเป็นห่วง”
พี่นั่งฟังเงียบๆ เห็นใจเหลือเกิน
วันนั้นขาแว่นของหลวงพ่อหัก ท่านเข้ามาซ่อมแว่นที่อำเภอพอดี จึงโทรนิมนต์ท่านให้เข้ามาแวะที่ร้านท่านให้ธรรมะว่า
ในโลกนี้มีของคู่ คือ
มีได้ คู่กับเสีย
ได้สามีมา ก็ต้องเสียไป
เป็นเรื่องปกติของโลก
มีล้มก็ต้องคู่กับลุก
ตอนนี้โยมล้มก็ต้องลุกให้ได้ จะลุกช้าหรือเร็วก็ขึ้นกับตัวโยม โยมต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ที่จะเลี้ยงลูกต่อไป เรื่องปฏิบัติธรรมโยมยังไปไม่ได้หรอก มีหน้าที่ต้องดูร้าน ต้องหาเงินเลี้ยงลูก อยู่บ้านก็สวดมนต์ รักษาศีลนะ
คุณเจี๊ยบหยิบแผ่นบทสวดมนต์ที่เพื่อนให้มาถวายให้หลวงพ่อแปลให้ฟัง ท่านแปลทีละบรรทัด จนบทสุดท้าย สรุปว่าสวดแล้วจะเป็นเทวดา
ถึงตรงนี้หลวงพ่อออกความเห็นว่า
“อันนี้ไม่ใช่ที่สุดของพระพุทธศาสนานะ พระพุทธศาสนาสอนให้ไปถึงที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ ไม่กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก เป็นเทวดามันจะดีตรงไหน คนรวยนี่แหละเทวดา อยากได้อะไรก็สมด้งปรารถนา แต่ก็ยังมีความทุกข์อยู่ ยิ่งรวยมากยิ่งทุกข์มาก โยมก็รู้อยู่ใช่ไหม”
“สวดบทง่าย ๆ นะ
พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอมีพระพุทธเป็นที่พึ่ง
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอมีพระธรรมเป็นที่พึ่ง
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอมีพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง”
“ใจฟุ้งซ่านกังวล ไปสวดบทยากๆ ยิ่งเครียด
เอาง่าย ๆ แต่น้อมระลึกจริง ๆ เกิดสมาธิ ได้บุญมาก”
เครดิตเรี่อง : เด็กวัด



